ระยอง-สมาคมเพื่อนชุมชน ยกระดับ 8 วัด ใน จ.ระยอง แหล่งท่องเที่ยวใหม่! วัดเชิงนิเวศ ต้นแบบวิถีชุมชน

ระยอง-สมาคมเพื่อนชุมชน ยกระดับ 8 วัด ใน จ.ระยอง แหล่งท่องเที่ยวใหม่! วัดเชิงนิเวศ ต้นแบบวิถีชุมชน

 

สมาคมเพื่อนชุมชน ยกระดับ 8 วัด ใน จ.ระยอง สู่วัดเชิงนิเวศ (Eco Temple) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ด้วยเกณฑ์ 5 ด้าน ได้แก่ ความสะอาดและความเป็นระเบียบ พื้นที่สีเขียว การจัดการสิ่งแวดล้อม กิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมความรู้ด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม และ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมผลักดันเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้วิถีชุมชนและสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของระยอง
นายมนชัย รักสุจริต ผู้จัดการสมาคมเพื่อนชุมชน กล่าวว่า จังหวัดระยองมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย รวมถึงวัด ซึ่งไม่ใช่เพียงศาสนสถานเท่านั้น แต่สมาคมเพื่อนชุมชน และหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น พยายามผลักดันให้เป็นวัดเชิงนิเวศ (Eco Temple) ตามแนวทางการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ


นายมนชัย กล่าวต่อว่า สมาคมเพื่อนชุมชน ได้ทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้ในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา รวมทั้งเป็นสื่อกลางประสานงานระหว่าง วัด ชุมชน โรงงาน และองค์กรภาครัฐ ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง เพื่อยกระดับเป็นวัดเชิงนิเวศ นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมโดยรวม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) ผ่าน “โครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการจัดการสิ่งแวดล้อมในวัด จ.ระยอง” โดยวัดที่ผ่านเกณฑ์การจัดการสิ่งแวดล้อม มีทั้งหมด 8 วัด โดยวัดที่ได้เกณฑ์ดีเยี่ยม ได้แก่ วัดตะเคียนทอง ต.แกลง วัดกรอกยายชา ต.เนินพระ วัดหนองสนม ต.เนินพระ วัดเขาไผ่ ต.ทับมา และวัดโขดหิน ต.เนินพระ และวัดที่ได้เกณฑ์ดีมาก ได้แก่ วัดหนองแฟบ ต.มาบตาพุด วัดตากวน ต.มาบตาพุด ส่วนวัดห้วยโป่ง ต.ห้วยโป่ง-มาบตาพุด ได้รับรางวัลเกณฑ์ ดี
วัดเหล่านี้ได้รับการเสนอชื่อจากสมาคมเพื่อนชุมชนและเครือข่าย เพื่อเข้ารับการประเมินใน 5 ด้าน โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้


1 ความสะอาดและความเป็นระเบียบ
2 พื้นที่สีเขียว
3 การจัดการสิ่งแวดล้อม
4 กิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมความรู้ด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม
และ 5 การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
“สิ่งที่ สมาคมเพื่อนชุมชน คาดหวังคือ เมื่อศาสนิกชนมาเยือน นอกจากจะได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และกิจกรรมทางศาสนาเพื่อเป็นสิริมงคลแล้ว ยังเป็นการสร้างความสมดุลระหว่างธรรมชาติกับศาสนิกชน โดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวพร้อมปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีที่มีต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ชุมชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงกระจายรายได้สู่ชุมชน ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนอีกทางหนึ่ง” นายมนชัย กล่าว


พระมหายุทธนา ธมฺมวํโส เจ้าอาวาสวัดหนองสนม และเจ้าคณะตำบลทับมา กล่าวว่า เมื่อเข้าร่วมโครงการฯ ทางวัดใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการจัดการและสร้างความเข้าใจให้กับพระ เณร คณะกรรมการวัด ตลอดจนญาติโยมในชุมชน ช่วงแรกอาจมีอุปสรรคบ้าง อย่างการจุดธูปเทียนที่เป็นความเคยชินของพุทธศาสนิกชน ทางวัดก็ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านทราบว่าควันธูปนั้นมีอันตรายต่อสุขภาพ หรือการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ เศษขยะจำพวกใบไม้ที่แต่เดิมเคยเผาแล้วกลายเป็นมลพิษนั้น ปัจจุบันก็ได้จัดการนำไปทำเป็นปุ๋ยใบไม้ ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้ภายในวัดและยังแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในชุมชนได้อีก


ความสำเร็จที่เกิดขึ้น เกิดจากความร่วมมือ คำแนะนำ และการระดมความคิดจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสมาคมเพื่อนชุมชน วัด ชาวบ้าน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเมื่อวัดพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ก็เป็นความภาคภูมิใจของชุมชน และมีตัวแทนจากวัดในต่างพื้นที่มาศึกษาดูงาน เพราะนอกจากเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนา สถานที่ท่องเที่ยว เรายังเป็นแหล่งต้นแบบในการดำเนินชีวิตของวิถีชุมชนอีกด้วย พระมหายุทธนา กล่าวทิ้งท้าย

 

ธีรวัฒน์ อินธิพันธ์ รายงาน

Related posts