ศรีสะเกษ-สภ.ขุขันธ์ “จับ เพชร เชียงคาน จอมโจร หมาไม่เห่า” (มีคลิป)

ศรีสะเกษ-สภ.ขุขันธ์ “จับ เพชร เชียงคาน จอมโจร หมาไม่เห่า”

 

วันที่ 3 ธันวาคม 2564 “ จับ เพชร เชียงคาน จอมโจร หมาไม่เห่า ”สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2564 ทางวัดบ้านติมรัตนาราม หมู่ที่ 15 ต.สะเดาใหญ่ อ.ขุขันธ์ จว.ศรีสะเกษ ได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ขุขันธ์ ว่า เวลากลางคืนที่ผ่านมาได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด เข้าไปงัดสถูปเจดีย์บรรจุอัฐิผู้ตาย ที่ตั้งอยู่บริเวณข้างวัดและภายในวัด เอาอัฐิของผู้เสียชีวิตและเงินปากผีและผ้าห่ออัฐิสีขาว ไป
ต่อมาเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2564 ทางวัดบ้านเขวิกศรีสระจันทร์ หมู่ที่ 14 ต.สะเดาใหญ่ อ.ขุขันธ์ จว.ศรีสะเกษ ได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ขุขันธ์ ว่า เวลากลางคืนที่ผ่านมาได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด เข้าไปงัดสถูปเจดีย์ บรรจุอัฐิผู้ตาย ที่ตั้งอยู่บริเวณกำแพงวัด เอาอัฐิของผู้เสียชีวิตวางกระจัดกระจายอยู่ ตรวจสอบแล้วพบว่าเงินที่บรรจุรวมไว้กับอัฐิหายไป


ต่อมาเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2564 ทางวัดบ้านสำโรงสูง หมู่ที่ 3 ต.สะเดาใหญ่ อ.ขุขันธ์ จว.ศรีสะเกษ ได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ขุขันธ์ ว่า เวลากลางคืนที่ผ่านมาได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด เข้าไปงัดสถูปเจดีย์ บรรจุอัฐิผู้ตาย ที่ตั้งอยู่บริเวณรอบกำแพงวัด เอาอัฐิของผู้เสียชีวิตวางกระจัดกระจายอยู่ ตรวจสอบแล้วพบว่าเงินที่บรรจุรวมไว้กับอัฐิหายไป
ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ โดย พล.ต.ต.สันติ เหล่าประทาย ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ทัศฯ พิมพ์เรือง ผกก.สภ.ขุขันธ์ ดำเนินการให้ฝ่ายสืบสวนออกทำการติดตามให้ได้โดยด่วน เนื่องจากเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนใจกับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่เป็นอย่างมาก


พ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี รอง ผกก.สส.สภ.ขุขันธ์ พร้อมด้วย ฝ่ายสืบสวน สภ.ขุขันธ์ ออกทำการสืบสวนติดตามคนร้ายในคดีดังกล่าวแล้ว ยังพบว่าบริเวณรอบข้างคือพื้นที่ สภ.ไพรบึง , สภ.ปรือใหญ่ , สภ.ภูสิงห์ และ สภ.ขุนหาญ จว.ศรีสะเกษ เคยมีเหตุในกรณีเดียวกันมาก่อนแล้วหลายครั้ง แต่ยังจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีไม่ได้ จึงได้ทำการร่วมกันวิเคราะห์จากพฤติกรรมของคนร้าย ตามหลักทฤษฎีพฤติกรรมศาสตร์ของคนร้าย เชื่อว่าคนร้ายเป็นคนที่อยู่นอกพื้นที่ และใช้เส้นทางของทางหลวงหมายเลข 24 เป็นทางหลักในการก่อเหตุ จึงได้เฝ้าติดตามตลอดมา
ต่อมามีผู้แจ้งเบาะแสให้ทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุนั้น น่าจะใช้รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าสีขาว ล้อแม็กสีดำ หมายเลขทะเบียน ทราบเพียง 905 จึงได้ทำการสืบสวนต่อไป จนทราบว่าคนร้ายรายนี้คือ นายเกรียงไกร หรือ เพชร ปิ่นมะณี อายุ 25 ปี บ้านอยู่ในพื้นที่ อ.ขุนหาญ จว.ศรีสะเกษ ซึ่งใช้รถจักรยานยนต์ในแบบดังกล่าว และเคยมีพฤติการณ์ลักทรัพย์ในลักษณะดังกล่าว จนเป็นที่หวาดระแวงของชาวบ้าน ในพื้นที่เป็นอย่างมาก และมีฉายา
“ เพชร เชียงคาน ” จากก่อนหน้านั้นเคยถูกไฟฟ้าช๊อตจนต้องนอนเป็นเจ้าชายนินทราอยู่ใน รพ. นานนับเดือน เมื่อฟื้นออกมา กลับมีพฤติกรรมกร้าวร้าว ไม่เกรงกลัวอะไร ชอบลักขโมย โดยเฉพาะเงินปากผี บริเวณวัดของหมู่บ้าน


“เพชร เชียงคาน” เข้าไปทุบสถูปเจดีย์ กวาดเงินปากผีไปเกลี้ยงวัด จนมีฉายา “ เพชร จอมโจร หมาไม่เห่า ” เนื่องจากว่าเมื่อเข้าไปก่อ ที่ใด หมาวัด หรือหมาบ้าน ไม่เคยเห่าสักครั้ง ทั้งที่หมาวัด และหมาบ้านนั้นดุมาก ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นคนเล่นของ ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณเดือน ส.ค. 2564 ที่ผ่านมา ได้ไปก่อเหตุที่วัดค่ายนิคม ต.นิคมพัฒนา อ.ขุขันธ์ จว.ศรีสะเกษ เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วได้นำเงินเหรียญประมาณ 5,000 บาท ไปหยอดตู้บุญเติมที่ร้านค้าบ้านโนนสูง ต.สิ อ.ขุนหาญ จว.ศรีสะเกษ เพื่อโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินทรูวอลลเล็ท ของตนเอง จนทำให้เหรียญเต็มตู้ภายในคืนเดียว เมื่อเจ้าของร้านนำเหรียญภายในตู้บุญเติม ไปแลก แต่ทางธนาคารปฏิเสธไม่รับ เนื่องจากเหรียญมีลักษณะดำ และเก่า มาก ๆ


ต่อมา พ.ต.ท.สันติภาพ กันตะภาค รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ขุขันธ์ ได้รวบรวมหลักฐานของฝ่ายสืบสวน ไปยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขอออกหมายจับ ทางศาลจังหวัดศรีสะเกษ ได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ จ. 301/2564 ลงวันที่ 3 ธ.ค. 2564 ให้จับกุม นายเกรียงไกร หรือ เพชร ปิ่นมะณี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ที่ 4 ต.กระหวัน อ.ขุนหาญ จว.ศรีสะเกษ กระทำผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือรับของโจร ซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท


ฝากสืบสวน สภ.ขุขันธ์ จึงติดตามจับกุม จนสามารถจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2564 พร้อม รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าสีขาว ล้อแม็กสีดำ หมายเลขทะเบียน 2 ขช 905 กรุงเทพ ฯ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ขุขันธ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การรับว่าได้กระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้มาหลายพื้นที่ โดยจะออกจากบ้านพักที่ย่าน อ.ขุขนหาญ จากนั้นจะขับรถตระเวนดูพื้นที่ทำเล เส้นทางต่าง ๆ ในตอนกลางวัน หลังจากนั้นในเวลากลางคืนจะเข้าไปก่อเหตุ โดยจะใช้เส้นทางคือทางหลวงหมายเลข 24 เป็นหลักในการก่อเหตุ อย่างเช่น เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 64 เวลากลางวัน ขับรถเข้าไปดูลาดเลาและทำทีไปเข้าห้องน้ำ ที่วัดบ้านสำโรงสูง หมู่ที่ 3 ต.สะเดาใหญ่ อ.ขุขันธ์ จากนั้นในเวลากลางคืนได้ขับรถเข้าไปก่อเหตุดังกล่าว เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วไปตระเวนหยอดตู้บุญเติม โอนเข้าบัญชีตนเอง ครั้งละไม่เกิน 100 บาท เพื่อป้องกันเติมเงินจนล้นตู้ จนเจ้าของจับได้เช่นที่ผ่านมา ขณะนี้จึงยังไม่มีเจ้าของตู้บุญเติมรายใด เปิดตู้ออกมาแล้วเจอเหรียญดำ หรือหากเปิดออกมาแล้วมีเหรียญดำ จำนวนไม่มาก จึงไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว
สภ.ขุขันธ์ ภ.จว.ศรีสะเกษ จึงขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนให้ทราบ ว่าหากพื้นที่ใดมีการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวให้ติดต่อสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อทำการอายัดตัวไว้ดำเนินคดี หากพบเห็นการกระทำความผิดสามารถ แจ้งเหตุได้ที่หมายเลข 191

 

ธีรวัฒน์ อินธิพันธ์ รายงาน

Related posts