สงขลา-ม่ายสาวอดีตภรรยา สิบเอกทหารกองทัพภาคที่ 4 ร้อง”สื่อ”หลังพบว่า จนท.ฝ่ายปกครองรับแจ้งว่าตนเสียชีวิตแล้ว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม (ชมคลิป)

สงขลา-ม่ายสาวอดีตภรรยา สิบเอกทหารกองทัพภาคที่ 4 ร้อง”สื่อ”หลังพบว่า จนท.ฝ่ายปกครองรับแจ้งว่าตนเสียชีวิตแล้ว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 20 พ.ค.64 น.ส.สายใจ ไชยชาย อายุ 39 ปี อยู่ 133/6 หมู่ 2 ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้นำเอกสาร หลักฐาน เป็นบันทึกประจำวัน ในการแจ้งความ ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และที่ สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง รวมทั้งบันทึกการสอบสวนจาก ฝ่ายปกครอง ที่ว่าการอำเภอห้วยยอด มาร้องกับ ผู้สื่อข่าว เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จากรณีที่ถูกแม่และพ่อ อดีตสามี คือ ส.อ..อรงค์กรณ์ เหล็กแท้ ทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 4 ที่เสียชีวิตจากการเกิดอุบัติ เมื่อปี 2559


โดย น.ส.สายใจฯ ให้รายละเอียดว่า อยู่กินกับ ส.อ.อรงค์กรณ์ โดยจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมา ส.อ.อรงค์กรณ์ เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ตนจึงได้ติดต่อกับต้นสังกัดของสามี เพื่อใช้สิทธิ์ในการเป็นภรรยารับเงินตามสิทธิของทายาท แต่พบว่าได้มีการสร้างหลักฐานเท็จจากแม่อดีตสามีที่ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บางคนได้รับเงินไปก่อนแล้ว ตนจึงได้แจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดกับผู้ที่รับเงินไป ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ และได้ร้องเรียนไปยังต้นสังกัดของอดีตสามี เพื่อขอเอกสารที่ใช้ในการรับเงินทั้งหมด เพราะเป็นหลักฐานที่ไม่ถูกต้อง แต่ตนสังกัดของอดีตสามี อ้างว่า หลักฐานหายจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถนำหลักฐานดังกล่าวมาประกอบสำนวนคดีได้ทั้งที่เวลาผ่านมาหลายปี และตนได้ทำหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เมื่อต้นปี 2564 แต่ก็ยังไม่ได้รับความคืบหน้า โดยเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์จากตนกล่าวเพียงว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง


ต่อมาตนทราบว่า ได้มีการทำหลักฐานเท็จเมื่อวันที่ 6 ม.ค.2560 โดยนางวรรดี แก้วจร และนายช่วง แก้วจร ซึ่งเป็นอดีต แม่ และ พ่อ ของอดีตสามี ได้ไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองว่าตนได้เสียชีวิตแล้ว ทั้งที่ตนยังมีชีวิตอยู่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการที่จะตัดการเป็นทายาท หรือภรรยาของ ส.อ.อรงค์กรณ์ อดีตสามีของตน เพื่อให้ตนหมดสิทธิ์ในการรับเงินต่างๆ จากกรณีที่ ส.อ.อณรงค์กรณ์เสียชีวิตโดยมีนายจักร์ทอง จรัญรักษ์ ปลัดอำเภอห้วยยอดเป็นผู้รับเรื่องว่าตนเองเสียชีวิตแล้ว


หลังจากที่ได้เอกสารที่แจ้งว่าตนเองเสียชีวิตแล้ว ตนจึงนำเอกสารหลักฐานที่ได้มา แจ้งความกับ ร.ต.อ.พิเชฐ หนูเกื้อ พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2564 แต่เนื่องจากเหตุเกิดที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง พ.ต.ท.เชาว์ ชุมวรเดช รอง ผกก.สส. ปรท.ผกก.สภ.หาดใหญ่ จึงได้ส่งเอกสารไปยัง สภ.ห้วยยอด เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดี โดย สภ.ห้วยยอด ได้รับเอกสารสำนวนดังกล่าวจาก สภ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2564 แต่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการเอาผิดกับ ผู้ที่ไปแจ้งและผู้รับแจ้งของฝ่ายปกครองที่ว่าการอำเภอห้วยยอดแต่อย่างใด


คดีที่ตนถูกกระทำ ตั้งแต่อดีตสามีเสียชีวิต ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงวันนี้ตนเองได้วิ่งเต้นเพื่อทวงสิทธิ์ความชอบธรรมในการเป็นภรรยาของ ส.อ.อรงค์กรณ์ ตั้งแต่การแจ้งความที่ สภ.เมืองสตูล ซึ่งเป็นที่ตั้งหน่วยของอดีตสามีแต่ไม่มีความคืบหน้าเพราะเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบหน่วยงานของอดีตสามีอ้างเอกสารทั้งหมดหายไป ตนได้เดินทางมาร้องยังมณฑลทหารบกที่ 42 จ.สงขลา ก็ไม่มีความคืบหน้า และได้ไปร้องกับ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 แต่ก็ยังไม่มีคำตอบ และล่าสุดได้นำเอกสาร ป.ค.14 ที่ฝ่ายปกครองอำเภอห้วยยอดรับแจ้งว่าตนเสียชีวิตมาแจ้งกับพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ แต่เกรงว่าเรื่องจะเงียบหายอีก จึงได้นำเอกสารทั้งหมดมายืนยันเพื่อร้องทุกข์และขอความเป็นธรรม จากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินคดีกับคนผิดและเรียกร้องสิทธิของตนเองในการเป็นภรรยาตามกฎหมายของ ส.อ.อรงค์กรณ์ ที่เป็นอดีตสามีของตนเอง


นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

Related posts